2010/Mar/07

ก่อนที่จะถึงเรื่องการเพาะกล้วยไม้ คงต้องพูดถึงเรื่องการผสมพันธุ์กล้วยไม้กันก่อน แต่่ว่ากันอย่างเร็วๆ ง่ายๆ นะครับ ไม่อยากจะลงลึกเป็นตำรา หากใครต้องการความรู้มากกว่านี้คงต้องหาหนังสือหรือเว็บอื่นอ่านเพิ่มเติมครับ กล้วยไม้เป็นต้นไม้ครอบครัว (family) ที่มีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่ง คือเกสรตัวผู้จับตัวกันเป็นก้อน หรือเป็นของเหลวเหนียว ไม่ได้เป็นฝุ่นผงเหมือนละอองเกสรของต้นไม้ในครอบครัวอื่นๆ การผสมเกสรก็เลยทำไม่ยาก เพราะมันอยู่เป็นที่เป็นทาง เพียงแต่ต้องรู้ว่ามันอยู่ที่ไหนเท่านั้นเอง ลองดูรูปครับ

เอารูปของ Bulbophyllum dearei เป็นตัวอย่าง เนื่องจากดอกใหญ่ และกลีบกางออกจนเห็นเกสรต่างๆ ได้ชัด กล้วยไม้ชนิดอื่นอาจดูยากกว่านี้ครับ รูปแรกที่ให้ดูนี้เน้นที่ตัวดอก และก้านดอก ส่วนก้านดอกนี่แหละครับที่ต่อไปจะเจริญเป็นฝััก หากผสมติดส่วนกลีบดอกก็จะเหี่ยวไป และก้านดอกก็จะพองออกเป็นฝักรูปยาว มีเปลือกหุ้ม 2 ชั้น ชั้นละ 3 แถบ ซึ่งตอนที่ยังเป็นก้านดอกจะยังเห็นไม่ชัด

มาดูส่วนที่เป็นเกสรครับ ขอขยายจากรูปแรก

ส่วนของเส้าเกสรยื่นต่อออกมาจากส่วนก้านดอกครับ ในกรณีนี้ค่อนข้างสั้น บางชนิดอาจยาวมากเป็นจงอยโค้งเลยก็ได้ เกสรตัวผู้จะอยู่ส่วนปลายสุด แต่มีฝาครอบอับเกสรครอบอยู่ เกสรตัวผู้จริงๆ อยู่ในฝาอับเรณูนี้เอง เมื่อเปิดฝาออกก็จะเห็นเป็นก้อนสีเหลือง ซึ่งลักษณะก็แตกต่างออกไปบ้างตามสกุล ในสกุลสิงโต (Bulbophyllum) เกสรตัวผู้เป็นก้อน แต่ค่อนข้างอ่อนนุ่ม เนื่องจากในธรรมชาติอาศัยแมลงวันเป็นตัวผสม แมลงวันชอบกินของที่เหลวๆ นุ่มๆ มันเก็เลยต้องตามใจแมลงวัน ในสกุลหวาย (Dendrobium) เกสรเป็นก้อนแข็ง มี 2 ก้อน (ที่จริงแต่ละก้อนยังมีก้อนย่อยอีก 2) ส่วนกล้วยไม้พวกที่ต้นโตขึ้นทางยอดเช่นช้าง ม้าวิ่ง เข็ม เกสรตัวผู้เป็น 2 ก้อนเหมือนกัน แต่เชื่อมกันด้วยเส้นบางๆ มาต่อกับแผ่นที่มีลักษณะเหมือนยางเหนียว เพื่อให้ติดได้ดีกับหลังผึ้งหรือแมลงอื่นที่เป็นพาหะผสมพันธุ์ ต้องบอกก่อนว่าเกสรตัวผู้แบบนี้เป็นลักษณะส่วนใหญ่ของกล้วยไม้ แต่มีกล้วยไม้บางสกุลโดยเฉพาะกล้วยไม้ดิน ที่มีลักษณะแตกต่างออกไปครับ หากคิดจะผสมกล้วยไม้ดินคงต้องศึกษาอวัยวะของดอกให้ดีครับ บางชนิดมีอะไรแปลกๆ น่าสนใจทีเดียว  

มาดูส่วนของเกสรตัวเมียครับ จะอยู่ต่ำกว่าเกสรตัวผู้ เป็นแอ่งที่มีน้ำเหนียวๆ อยู่ข้างใน การผสมเกสรก็ทำโดยเอาเกสรตัวผู้ที่มีลักษณะเป็นก้อน มาใส่ในแอ่งนี้ครับ วิธีง่ายๆ ใช้ไม้จิ้มฟันใหม่ๆ (ยังไม่ได้เอาไปจิ้มฟันมาก่อน) เขี่ยเกสรตัวผู้ให้ติดกับปลายไม้จิ้มฟัน แต่ต้องระวังในสกุลหวาย เนื่องจากเกสรเป็นก้อนแข็ง แต่ไม่มีแผ่นเยื่อเหนียวยึดติด ทำให้เมื่อเขี่ยออกจากฝาอับเรณูแล้วอาจร่วงหล่นหายได้ ส่วนสกุลสิงโตนั้นไม่ยุ่งยาก เนื่องจากเกสรตัวผู้อ่อนนุ่่ม ติดปลายไม้จิ้มฟันได้ง่าย 

ลักษณะของเกสรแบบนี้แตกต่างจากพืชอื่นๆ ที่มักจะมีเกสรตัวเมียยาวและอยู่สูงกว่าเกสรตัวผู้ ลองดูจากดอกลิลลี่หรือว่านสี่ทิศ ที่จริงกล้วยไม้มีพัฒนาการมาจากพืชกลุ่มลิลลี่ แต่วิวัฒน์ลักษณะเกสรตัวผู้และตัวเมียต่างออกไปจนเรานึกไม่ถึงเลยว่ามันมีความเกี่ยวข้องกัน

ส่วนการผสมเกสรนั้น บางสกุลหรือบางชนิดจะมีกลไกป้องกันการผสมตัวเอง ซึ่งอาจทำให้การผสมตัวเองแล้วจะไม่ติดฝัก แต่การผสมข้ามต้นจะติดฝักได้ดี แต่บางชนิดก็ไม่ป้องกันการผสมตัวเอง เราสามารถผสมให้ติดฝักได้ง่าย พวกที่ไม่มีกลไกการผสมตัวเองก็เช่นพวกช้าง เข็ม จะเห็นว่าหากไปเดินดูตามร้านที่ขายต้นที่มาเก็บมาจากป่า อาจเห็นติดฝักมากมายเป็นพวง ส่วนชนิดที่ไม่ค่อยเห็นติดฝักมากนัก ก็เดาไว้ก่อนว่าน่าจะมีกลไกป้องกันการผสมตัวเองอยู่ ยิ่งเมื่อมีกล้วยไม้ชนิดนั้นในป่าลดลงมาก จนหาต้นอื่นมาผสมด้วยไม่ได้ ก็อาจสูญพันธุ์ได้ง่าย

และบางชนิดยังมีความจำเพาะกับแมลงบางชนิด หากแมลงชนิดนั้นสูญพันธุ์ไป กล้วยไม้นั้นก็จะสูญพันธุ์ตามไปด้วย เช่นกรณีของกุหลาบกระเป๋าปิด น่าสนใจว่าเกสรถูกปิดไว้มิดชิด จะมีแมลงอะไรมาผสมได้ แต่ในธรรมชาติมันใช้ด้วงหรือหนอนที่กัดกินดอกไม้เจาะเข้าไป ซึ่งมันก็มักจะกินแต่กลีบดอก ไม่กินไปถึงเกสร แต่ก็ไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น ทำให้เกิดการผสมตัวเองได้ด้วย

นอกเรื่องไปเสียยาว ไปดูฝักกันครับ

หลังจากผสมติด ก้านดอกก็จะอวบอ้วนขึ้น กลีบดอกเหี่ยวไป เหมือนรูปข้างบนครับ ถ้าใครผสมไว้หลายๆ คู่ ก็ต้องอย่าลืมเขียนชื่อคู่ผสมและวันที่ผสมติดไว้ที่ฝัก โดยทั่วไปแล้วควรตั้งเป็นรหัสประจำตัวของเราไว้ แล้วเรียงลำดับหมายเลขซึ่งก็จะเรียงไปตามเวลาที่เราผสม และทำบันทึกไว้ด้วย จะจดไว้ในสมุดหรือในคอมพิวเตอร์ก็ได้ เวลาเขียนคู่ผสมให้เขียนชื่อต้นแม่นำหน้า ตามด้วยเครื่องหมายคูณ แล้วตามด้วยชื่อต้นพ่อครับ นี่เป็นวิธีมาตรฐานใช้กันทั่วโลก และใช้กับการผสมพันธุ์สิ่งมีชีวิตทุกชนิด ตัวอย่างคู่ผสมสิงโตเหยี่ยวใหญ่กับสิงโตสยาม ก็จะเขียนแบบนี้ครับ Bulb. fascinator x Bulb. siamense ควรเขียนเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ครับ เพราะชื่อไทยอาจมีซื่อซ้ำกันได้มาก และสับสนไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วคืออะไรกันแน่ เช่น เอื้องเก๊ากิ่ว อาจเป็น Den. nobile, Den. signantum หรือ Den. tortile ก็ได้ ถ้าเขียนเป็นชื่อไทย แรกๆ ก็พอจะจำได้ แต่นานเข้าก็คงบอกไม่ได้แล้วว่าเราผสมอะไรกับอะไรไว้

เอาละครับ มารอให้ฝักโตจนแก่พอที่จะเพาะเมล็ดได้กัน อ้าว แล้วจะรอไปนานเท่าไหร่ ตอบยากครับ เพราะกล้วยไม้พันธุ์แท้แต่ละชนิดใช้เวลาจากผสมถึงสุกไม่เท่ากัน ในที่นี้ให้ข้อมูลทั่วๆ ไปจากที่หามาจากเว็บบ้าง เก็บข้อมูลที่ผสมไว้เองบ้างมาให้ดูครับ แต่โดยทั่วไปในสกุลเดียวกัน กล้วยไม้ต้นเล็ก ดอกเล็ก ฝักเล็กก็จะใช้เวลาในการถือฝักสั้นกว่าต้นที่ใหญ่กว่า ดอกใหญ่ ฝักใหญ่ แต่ก็มีบางชนิดที่แตกต่างไปครับ ต้องระวังเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นจะกะเวลาฝักสุกผิด

กลุ่มกล้วยไม้ เวลา (เดือน)
Bulbophyllum ดอกเล็ก เช่น Bulb. gracillimum 1-1.5
Bulbophyllum ดอกกลาง เช่น Bulb. annandalei รวมทั้ง Bulb. fascinator 3
Bulbophyllum ดอกใหญ่ เช่น Bulb. dearei 7-8
Trias (เอื้องไตร) 8-9
Dendrobium กลุ่มเอื้องสาย (section Eugenanthe)  แตกต่างกันตามชนิด 5-9
Dendrobium กลุ่มเอื้องเงิน (section Oxygenanthe 5
Dendrobium กลุ่มเอื้องคำ (section Callista) 5
Dendrobium ดอกเล็ก
1.5-3
Phalaenopsis และ Doritis
3-5
Coelogyne (ส่วนใหญ่)
9-11
กลุ่ม Cattleya
5

ถ้าเป็นการผสมข้ามกลุ่มที่มีอายุฝักต่างกัน จะเดายากขึ้นอีก ก็คิดเสียว่าใช้เวลาของคู่ผสมที่สั้นที่สุด แล้วหมั่นดูอยู่บ่อยๆ บางคนเสนอว่าให้ใช้เวลากึ่งกลางของระยะเวลาของพ่อและแม่ แต่บางคนบอกว่ามันจะเอียงไปทางข้างต้นแม่มากกว่า เอาเป็นว่าคอยดูอย่างใกล้ชิดแล้วกันครับ ถ้าไม่แน่ใช้ก็ใช้ถุงพลาสติกใสขนาดเล็กห่อไว้ แต่อย่าให้มันอบร้อนเกิน เพื่อกันเมล็ดปลิวหายไปหมดหากฝักแตก

ต้องรู้ไว้อย่างหนึ่งว่าอายุที่ให้ไว้เป็นอายุสำหรับเพาะฝักอ่อนครับ นั่นคือเมล็ดแก่พอที่จะเพาะได้ แต่ยังไม่ถึงกับสุกจัดจนฝักแตก แต่ของแบบนี้ก็ไม่แน่ไม่นอนครับ บางทีมันอาจแตกก่อนเวลาก็ยังได้ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่ให้ไว้แล้วก็ตัดส่งเพาะได้ แต่หากคิดจะเพาะเองก็อาจรอต่อไปอีกเพื่อให้แน่ใจว่าเมล็ดแก่พอที่จะขึ้นได้ดี พอเห็นฝักเริ่มจะเหลืองๆ นี่ต้องตัดแล้วครับ ไม่อย่างนั้นฝักแตกและเสียเมล็ดแน่

edit @ 7 Mar 2010 17:37:28 by พ่อหมี

edit @ 7 Mar 2010 17:38:19 by พ่อหมี

Comment

Comment:

Tweet


ขอบคุณครับ
#3 by รูปดารา ภาพดารา At 2014-09-02 21:18,
เมื่อก่อนเคยปลูกด้วยละ cry
#2 by Critical#Zeed At 2010-03-07 17:57,
ข้อมูลละเอียดมากๆเลยค่ะ

ขอบคุณสำหรับความรู้ที่นำมาบอกกันนะคะbig smile
#1 by ณ ปลายทาง. At 2010-03-07 17:47,