2007/Jan/20

ที่จริงเคยเล่าเรื่องตัวเองไว้ตั้งเยอะแล้วนะ จะมาแถกทำไมไม่รู้ อิอิ นี่โดนน้อง หล่อสาดดด แถกมา

1. เกือบจะไม่ได้เป็นพ่อหมี
เริ่มด้วยเรื่องเฉียดตายตั้งแต่ตอนเด็กดีกว่าครับ ตอนนั้นที่บ้านมีบ่อน้ำอยู่รอบบ้าน พอหน้าแล้งน้ำก็จะแห้ง พ่อก็เลยมักจะชวนลูกน้องมาช่วยกันจับปลามาทำเป็นอาหารกินกัน ทำเป็นปลาเค็มตากแห้งบ้าง ทำอาหารแจกจ่ายเพื่อนบ้านและลูกน้องบ้าง ผมและน้องๆ ก็ร่วมกับเค้าด้วย ร่วมเล่นน้ำน่ะครับ สมัยนั้นผู้ใหญ่เค้าก็ตัดต้นกล้วย หรือลูกมะพร้าวแห้งสองลูกมาผูกกันเป็นทุ่นให้เกาะเล่นน้ำ

ตอนนั้นน้ำก็ลดระดับลงมากแล้ว ที่จริงเท้าก็แตะพื้นได้แล้วแหละ ก็เลยย่ามใจ ไม่ใช้ทุ่น เล่นไปเล่นมา เกิดตกหลุมลึกสิครับ จมดิ่งลงไปเลย ตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ เงยหน้าขึ้นก็เห็นแต่น้ำสีน้ำตาลขุ่น ใต้เท้าไม่แตะพื้น ค่อยๆ จมลงๆ ได้แต่กลั้นหายใจ จนจะกลั้นไว้ไม่ไหวแล้ว เท้าก็แตะพื้นพอดี เลยถีบตัวขึ้นมา โผล่ขึ้นมาก็พอดีเกาะท่อนกล้วยไว้ได้ เกือบไปแล้วครับ ไม่งั้นก็ไม่ได้มาเป็นพ่อหมีอยู่ทุกวันนี้แหละครับ ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ก็ไม่เคยบอกพ่อแม่หรือน้องๆ เลย ว่าเกือบตายไปแล้ว

2. ทำไมถึงเป็นหมอผี
ก่อนที่จะเล่าถึงการเป็นหมอผี ก็ต้องบอกว่าคำว่า พ่อหมี ก็มีที่มาจากที่มีคนเรียกว่า พี่หมอ กันบ่อยเหลือเกิน ก็เลยผวนเป็นพ่อหมีซะเลย แล้วทำไมถึงเป็นพี่หมอ ก็เพราะเป็นหมอผีครับ หมอผีจริงๆ ไม่ใช่พูดเล่น

ตอนไปฝึกงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนึงทางอีสาน รักษาคนไข้ บางคนก็รอดบางคนก็ตาย อาจารย์และพี่ๆ ก็บอกว่า ถ้าอยากผ่าศพดูว่าทำไมตายก็ได้นะ ก็มาคุยกับเพื่อนสนิทคู่หูคู่เวร เจ้านี่ก็อยากรู้เหมือนกัน พอมีคนไข้ตายที่เราไม่รู้ว่ารักษายังไงถึงได้ตาย ก็เลยขอผ่าศพครับ ทำไม่เป็นหรอก ไปขออนุญาตอาจารย์ที่คุมห้องศพ แกก็ให้เจ้าหน้าที่ช่วยผ่าให้ พอได้อวัยวะมา เราก็จัดการดูๆ ดูๆ ไปงั้นแหละ ดูไม่ออกหรอก แค่รู้สึกว่าตรงไหนดูผิดปกติ ก็ตัดส่งให้อาจารย์ตรวจชิ้นเนื้อ

ทำไปทำมาก็ชักชิน จากที่เคยรังเกียจว่าห้องศพมีกลิ่นเหม็น ก็ชักชินจนไม่รู้สึกเหม็นแล้ว ตอนเลือกที่ทำงานต่อ ทีแรกก็ว่าจะไปอยู่โรงพยาบาลอำเภอ แต่ไม่ได้ครับ โห เรารึอุตส่าห์จะไปเป็นหมอบ้านนอก แต่ไม่ได้ เลยตัดสินใจเรียนต่อซะเลย แล้วก็เลยมาเลือกเป็นหมอผีนี่แหละครับ

3. กลัวผีบ้างหรือเปล่า
ตอนเป็นนักศึกษาแพทย์ พอเรียนกายวิภาค มันก็ต้องชำแหละอะครับ เอาไปฝันประจำ ว่าติดอยู่ในห้องกรอสตอนกลางคืนบ้าง ฝันว่านอนบนเตียงชำแหละบ้าง ถูกชำแหละบ้าง ชำแหละเค้าบ้าง โอ้ย ประจำครับ แต่ก็แค่ฝัน ตกใจตื่นขึ้นมาก็เย็นวาบ แล้วก็นอนต่อ อิอิ

ตอนเรียนเป็นหมอผี ก็ไม่ต่างกันแหละครับ ฝันประจำ แต่ก็รู้ว่าแค่ฝัน กลัวมั้ย ก็เสียวๆ อยู่นะ แต่ไม่แหกปากโวยวายครับ แค่เสียว แล้วก็นอนต่อ เอ พูดเหมือนฝันเปียกเลยแฮะ อิอิ

แล้วเคยเห็นบ้างหรือเปล่า เห็นจะๆ น่ะไม่เคย แต่ตอนอยู่อีสาน คืนนึงอยู่เวร ถูกตามตอนตีสาม กลับมานอนต่อที่ห้องเวรตอนตีสี่ พอนอนไปยังไม่ทันหลับ มีเสียงก๊อกแก๊กที่แถวตู้เย็น มันเป็นอีกห้องที่กำลังซ่อม มีช่องทะลุติดกับห้องที่นอนอยู่ แต่ว่าห้องนั้นมันล็อกอยู่ แล้วก็ปิดไฟด้วย แต่ทำไมมีเงาคนทำอะไรอยู่แถวนั้น เวรนึงก็มีเราคนเดียว อีกคนเป็นเวรไอซียู ต้องนอนที่นั่น แล้วญาติคนไข้ก็ไม่ใช่ เพราะตึกปิดตอนกลางคืน ไม่ให้ญาติเฝ้าไข้ แล้วเป็นอะไรล่ะ อะ ช่างมันเถอะ ง่วงมาก นอนต่อดีกว่า เดี๋ยววันรุ่งขึ้นต้องทำงานอีกทั้งวัน

เรื่องนี้ก็ไม่เคยบอกเพื่อนๆ ครับ เค้าจะได้ไม่กลัวที่จะนอนห้องนั้น แหะๆ ทำถูกป่าวไม่รู้

4. ความรักในห้องศพ
ตอนไปเรียนต่อเป็นหมอผีใหม่ๆ ก็มีหนุ่มน้อยคนนึงเข้าทำงานที่นั่นในเวลาใกล้เคียงกัน มารู้ทีหลังนะว่าเค้าเข้าทำงานพร้อมๆ กับผม ตอนนั้นรู้แต่ว่าหล่อดี ผิวคล้ำ รูปร่างหน้าตาดีมาก อารมณ์ดี ชอบร้องเพลง และหาเรื่องมาคุยได้ตลอดเวลา ชอบนะ ชอบดูเค้า ชอบคุยด้วย และตอนหลังๆ เวลาทำงานในห้องนั้น ก็จะต้องให้เค้ามาช่วยทุกครั้ง ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แล้วตอนนั้นก็เพิ่งผิดหวังจากเพื่อนผู้หญิงที่เรียนต่ออีกที่นึงด้วย ไปหาทีไรไม่เจอซักที

วันนึงเค้าก็ไปขลิบหนังอวัยวะเพศมา ก็เลยนอนค้างที่ห้องทำงาน ไม่กลับหอ จะได้ไม่ต้องเดินให้เจ็บ ส่วนผมก็ไปทำงานตอนกลางคืนทุกคืนอยู่แล้ว บางคืนก็เจอเค้า เพราะบางทีเค้าก็อยู่เวรห้องแล็บข้างล่าง แต่เค้าก็จะเป็นฝ่ายมาคุยด้วยซะมากกว่า มาชงกาแฟกินที่ห้องทำงานผม แต่วันนั้นพอเดินผ่านห้องตัดเนื้อ เห็นไฟเปิดอยู่ ก็เลยเดินเข้าไปดู เห็นเค้าอยู่ในห้อง เลยเข้าไปคุยกัน เค้าอยู่ในชุดเขียวแบบชุดหมอผ่าตัด เค้าก็ถามว่าอยากดูมั้ย ไอ้ที่เค้าขลิบน่ะ ก็เลยบอกว่า เอาสิ เค้าก็ถอดกางเกงเลยครับ แล้วก็เลิกเสื้อขึ้น สรุปว่าเห็นส่วนล่างทั้งหมด โห รูปร่างสวยมาก ผมงี้ หน้าชาตึงไปหมด ถ้าผิวขาวเป็นตี๋ละก็ เค้าคงต้องเห็นว่าหน้าแดงก่ำแน่นอน โอ้ย ที่เคยชอบ กลายเป็นรักไปแล้ว คนอะไรสุดยอดขนาดนี้ นิสัยใจคอ รูปร่างหน้าตา ผ่านหมดทุกอย่าง

หลังจากนั้นเราก็สนิทกันมากขึ้น จนชวนเค้าไปนอนกลางวันที่หอ แล้วมันก็ล่วงเลยไปจนถึงขั้นมีอะไรกัน แต่วันที่เค้าถอดกางเกงให้ดูนั่นแหละ เป็นวันที่ต่างคนต่างบอกความรู้สึกให้รู้ ด้วยการหยั่งเชิงครับ ไม่ใช่คำพูด หลังจากมีอะไรกันแล้วนั่นแหละ ถึงได้บอกรักกัน บ่อยมาก แทบทุกวันเลย อิอิ

แล้วเคยมีอะไรกันในห้องตัดเนื้อมั้ย เคยสิครับ อิอิ ก็ตอนกลางคืนมันลับหูลับตาคน แต่ไม่ลับตาผีๆ อิอิ ห้องนั้นผีเยอะจะตาย ตานั่นเค้าเห็นประจำแหละ แต่ก็แค่ครั้งเดียวครับ แล้วก็นอกจากนั้นก็ที่ห้องเก็บรูปในห้องศพอีกครั้งนึง 555 เป็นรูปสไลด์ครับ เป็นห้องเล็กๆ ที่ปกติไม่มีคนเข้าไป แต่ผมชอบเข้าไปค้นรูปมาศึกษา ก็เลยเป็นที่ประจำที่ผมเข้าไปบ่อย แต่รูปเหล่านั้นไม่เห็นเป็นรูปศพหรอก เป็นแต่รูปสไลด์ เดี๋ยวนี้ก็ต้องเป็นซีดีแล้วละครับ นี่ถ้าเห็นเป็นรูปศพก็คงไม่มีอารมณ์ทำอะไรหรอกครับ แหะๆ

5. แม้ตายไปแล้วก็ยังรักตลอดไป
คู่รักส่วนใหญ่ก็คงพูดอย่างนี้ แต่ว่าจะทำได้จริงหรือเปล่านั่นอีกเรื่องนึง หลายปีก่อน ก่อนตีสี่ ฝันว่าย่ามาบอกว่ามีคนรู้จักตาย แล้วก็ฝันต่อไปว่ามีคนรู้จักตายไป กำลังลอยขึ้นไป แต่จำไม่ได้ว่าใคร

พอฝันเสร็จก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตอนตีสี่ โทรมาบอกว่าแฟนโดนรถชนตอนขี่มอเตอร์ไซค์ อยู่โรงพยาบาล ห้องไอซียู ตกใจสิครับ นอนไม่หลับอีกแล้ว ได้แต่คิดว่าจะไปหาเค้าได้ยังไง วันนั้นวันเสาร์ พอเช้ารีบโทรหาเพื่อนที่เป็นหมอผ่าตัด บอกว่ามีเพื่อนรถชนบาดเจ็บ วันนี้อย่าไปไหน ช่วยอยู่หน่อย กำลังจะไปกรุงเทพ หากต้องการให้ช่วยจะโทรบอกอีกที แล้วก็รีบบึ่งไปสนามบินทันทีเลย เจออาจารย์หัวหน้าปัจจุบันนี้แหละ ก็ยังบอกว่าคงไม่เป็นอะไรมาก เพราะรู้ว่าเขาใส่หมวกกันน็อคประจำ ก็นั่งซ้อนท้ายอยู่ตลอดตอนอยู่ด้วยกัน ถึงถูกชนสมองก็คงไม่เป็นอะไร ส่วนอื่นช่างมันเถอะ ยังไงก็ยังพอซ่อมได้ เราจะดูแลเต็มที่อยู่แล้ว ไม่ทิ้งกันเด็ดขาด

โชคดีได้เครื่องเที่ยวเช้า แต่กว่าจะไปถึงโรงพยาบาลที่เค้าทำงานอยู่ และรักษาตัวอยู่ก็เที่ยงแล้ว ยิ่งใกล้โรงพยาบาล ยิ่งใจไม่ดี เสียวมาก ไม่รู้ว่าจะเจอเค้าในสภาพยังไง ทีแรกว่าจะตรงไปห้องไอซียู แต่มาคิดว่าถามประชาสัมพันธ์ก่อนดีกว่า พอเค้าตอบมา ใจไม่อยู่กับตัวแล้ว เค้าบอกว่า เสียแล้ว เมื่อตีสี ตอนนี้อยู่ห้องศพ ห้องที่เค้าทำงานอยู่นั่นเอง ตีสี่เหรอ เวลาที่เราฝันถึงเค้านั่นเอง

รู้ว่าห้องศพอยู่ที่ไหน ก็เลยเดินไป ใจลอยมาก ไม่รู้ว่าเดินไปถึงนั่นได้ยังไง ไม่รู้ว่าจะเจอใครบ้างที่นั่น ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดี แต่ก็ไปถึงจนได้ ที่หน้าห้องไม่มีใครเลย ตัดสินใจเข้าไป เห็นร่างเค้านอนอยู่บนเตียง หัวพันผ้าไว้หนา แขนขาก็มีผ้าพันหลายแห่ง ก่อนตายเค้าคงเจ็บมาก เข้าไปจับขาเค้า มันเย็น ไม่อุ่นเหมือนเคย แม้ว่าผิวเนื้อยังเนียนสวยเหมือนเคย แต่เค้าไม่มีชีวิตอีกแล้ว ได้แต่บอกเค้าว่า ไม่เจ็บแล้วนะ แต่ไม่มีน้ำตาไหลแม้สักหยด มันไหลไม่ออกเลย

หลังจากนั้นฝันว่าเที่ยวหาเค้าอยู่ทุกคืน แต่ก็หาไม่เจอ จนในที่สุดวันนึง เค้าก็มาหา แล้วก็เล่าอะไรหลายอย่าง หลังจากนั้นก็ไม่ได้ฝันว่าตามหาเค้าอีกเลย

ขอจบแบบเศร้าสุดๆ แบบนี้แหละครับ และไม่แถกต่อให้ใครแล้ว เราต่างรู้ว่าเรายังรักกันมากมาย จนทุกวันนี้ครับ สำหรับผมแล้ว ความตายเป็นเรื่องธรรมดา แค่จุดผ่านจุดนึงของชีวิตเท่านั้น แต่มันเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราและคนใกล้ตัวมากเหลือเกิน ก็เท่านั้น
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
สยองมั่งๆ ง่ะ ทำได้ไงเนี่ยในห้องตัดเนื้อ

เรื่องสุดท้าย เศร้ามากๆ เลย
#1  by  หล่อสาดดด At 2007-01-22 14:26, 
จุก
#2  by  skira At 2007-01-25 12:43, 
พี่...อ่านแล้วน้ำตาคลอเลยครับตอนจบ

ยังไม่รู้เลยว่าถ้าเป็นผม ผมจะรู้สึกยังไง จะรับความรู้สึกนั้นได้มั้ย



พอจะเข้าใจครับพี่
#3  by  พ่อหมา (203.156.71.251) At 2007-01-29 20:54, 
พี่หมอเขียนให้รู้สึกอีกแล้ว
จุกและเศร้าเช่นกันครับ

ความเศร้า มักจะเป็นความรู้สึกที่อยู่กับเราได้นาน .... เสมอ
#4  by  sunshineday At 2007-01-30 22:31, 
ถ้าเป็นดิฉัน
ดิฉัน ก็ไม่รู้ว่าจะทำใจอย่างไรค่ะ
คงได้แต่ มีชีวิตอยู่ต่อไป เรื่อยๆ
จนถึงวันที่จะไม่มีชีวิตนั่นแหละค่ะ
#5  by   (158.108.106.208) At 2007-02-01 13:47, 
พี่หมอครับ
มีเพลงมาฝาก สำหรับเรื่องราวของพี่ โดยเฉพาะ
http://sunshineday.exteen.com/

#6  by  sunshineday At 2007-02-02 08:16, 
เศร้าจังเรื่องสุดท้าย แต่ก็ชอบนะครับ บรรยายได้เห็นภาพเลย ถ้าเป็นผมก็คงคิดและทำเหมือนพ่อหมีแหละครับ
#7  by  หมอหมา (59.37.97.84) At 2007-03-09 13:37, 
ฮือๆๆ เศร้ามากๆเลยคะ แต่ถ้ามาอีกทีนะอย่าลืมขอเลขเด็ดละ
#8  by  ohyo At 2007-05-21 13:35, 
เรื่องท้ายสุด เศร้ามากเลยอะพี่

เซ็งเลย
#9  by  เฮเลน (203.113.44.10) At 2007-08-12 22:29, 
ผมรู้ว่าคงมีคนแสดงความเสียใจเยอะแล้ว
แต่ผมก็ยังอยากพูดอยู่ดี
ผมเสียใจด้วยนะครับ
#11  by  Bickboon At 2007-11-24 13:52, 

<< Home