2008/Mar/30

เหลือกล้วยไม้ในกลุ่มเอื้องสาย หรือ section Eugenanthe หรือ Dendrobium อีกหลายชนิด เท่าที่มีในประเทศไทย เนื่องจากเป็นกล้วยไม้กลุ่มใหญ่ทีเดียว ต้นแรกที่จะพูดถึงในคราวนี้ได้แก่ เอื้องสีตาล Dendrobium heterocarpum Lindl. ดอกเป็นช่อ 2-3 ดอก มีกลีบสีนวล ไม่ถึงกับขาว กลีบปากเรียวยาว มีสีเหลืองและมีลายสีน้ำตาลแดง ดูไม่ค่อยเหมือนเอื้องสายสักเท่าใด ทั้งลำต้นก็ค่อนข้างสั้น และออกดอกเร็วกว่าเอื้องสายอื่นๆ คือประมาณปลายเดือนธันวาคม ถึงต้นเดือนมกราคม ยังไม่ทันหายหนาว


(รูปจากเว็บไซต์)

อีกชนิดหนึ่งที่มีลำต้นค่อนข้างสั้น บางต้นยาวแค่ 10-15 ซม. เท่านั้น ดอกเป็นช่อ 2-4 ดอก กลีบก็ยาวเรียว สีส้มสด ปากยาวรี ดูรวมๆ ไม่ค่อยเหมือนเอื้องสายสักเท่าใดเหมือนกัน ได้แก่ เอื้องครั่งแสด Dendrobium unicum Seidenf.



อีกชนิดหนึ่งที่มีสีส้มคล้ายเอื้องครั่งแสด มีชื่อ Dendrobium seidenfadenii Seng. & Bockem. มีกลีบยาวกว่า ยังไม่เคยเห็นดอก จึงไม่มีให้ดู

สามชนิดนี้น่าจะมีความใกล้ชิดกัน ทั้งขนาดต้นที่สั้น กลีบดอกเรียวยาว กลีบปากยาวรี

มีเอื้องสายอีกกลุ่มหนึ่งที่มีสีเหลือง ดอกคล้ายกล้วยไม้กลุ่มเอื้องคำ section Callista ไม่นับรวมเหลืองจันทบูร ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกันพวก Dendrobium nobile แม้ว่าจะมีสีเหลืองทั้งดอก ที่กล่าวว่าดอกคล้ายพวก Callista คือ กลีบดอกกลมหรือรีเกือบกลม ปลาายมน กลีบปากผายกลม ผิวคล้ายกำมะหยี่ โดยรวมๆ แล้วคล้ายเอื้องคำหรือเอื้องผึ้ง ลองดูชนิดเดียวที่มีอยู่ คือเอื้องคำปอน Dendrobium dixanthum Rchb. f. ซึ่งมีลำยาวถึง 30 ซม. หรือกว่านั้น ออกดอกเป็นช่อ 2-4 ดอก



ยังมีอีกชนิดหนึ่งที่มีสายยาว ดอกเป็นช่อ 2-3 ดอก ดอกคล้ายเอื้องคำ แต่มีแต้มสีน้ำตาลเข้ม 2 แต้ม ได้แก่เอื้องสายมรกต Dendrobium chrysanthum Lindl. และยังมีอีกบางชนิด มักจะมีดอกเป็นช่อ จำนวนค่อนข้างมาก บางชนิดมีมากกว่า 4 ดอกก็มี

มีเอื้องสายอีกกลุ่มหนึ่งที่มีดอกใหญ่สีขาว ปากกลมผาย มีแต้มสีแดงเลือดหมู 2 แต้ม ได้แก่เอื้องผาเวียง Dendrobium albosanguineum Lindl. ซึ่งมีดอกในช่อจำนวน 1-2 ดอก อีกชนิดหนึ่งดอกคล้ายกัน มีสีขาวหรือครีม มีจำนวนช่อน้อย มีดอกในช่อจำนวนมาก ถึง 20 ดอกก็มี ได้แก่ เอื้องช้างน้าว หรือเอื้องตาควาย Dendrobium pulchellum Roxb. ex Lindl.

2008/Mar/28

ยัีงมีเอื้องสายอีกบางชนิดที่น่าสนใจ ต้นแรกที่จะกล่าวถึง คือ เอื้องสายน้ำผึ้ง Dendrobium primulinum Lindl. เป็นกล้วยไม้ที่มีกลีบปากผายกลมใหญ่สวยงามมาก ขณะที่กลีบอื่นๆ มีสีม่วงอ่อน และยังมีกลิ่นหอมคล้ายน้ำผึ้ง บางสายพันธุ์มีสีเหลืองที่กลางกลีบปาก ยิ่งตัดกับกลีบอื่นๆ ชัดเจน



สายพันธุ์ที่กลีบปากมีสีเหลือง



ต้นที่สอง เอื้องสายน้ำนม Dendrobium cretaceum Lindl. ดอกขนาดเล็ก สีขาวทั้งดอก มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่จริงสองชนิดนี้คล้ายกันมาก ยกเว้นที่ขนาดดอกและสีดอก จนระยะหลังนี้ Royal Botanic Gardens, Kew ได้จัดรวมให้ทั้งสองชนิดเป็นชนิดเดียวกัน ภายใต้ชื่อ Dendrobium polyanthum Wall ex Lindl. ในที่นี้จะแสดงเป็นสองชนิด เนื่องจากอย่างไรเสีย ก็ยังเห็นความแตกต่างกันได้อย่างชัดเจน



ทั้งสองชนิดมีเส้นสีม่วงแดงอ่อนแผ่ออกทั้งสองข้างจากแนวกลางกลีบปาก แต่ไม่มีแถบหรือปื้นม่วงแดงที่แนวกลางกลีบปาก เหมือนที่พบในกลุ่มของ Dendrobium devonianum

มีกล้วยไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีดอกคล้ายกัน แต่ลักษณะกลีบปากห่อเป็นปากแตร ได้แก่ เอื้องสายล่องแล่ง Dendrobium aphyllum (Roxb.) Fisher ชนิดนี้มีสายผอมยาว ดอกออกเกือบตลอดความยาวของสาย ส่วนใหญ่แต่ละข้อจะมีดอกเดียวหรือสองดอก แต่มีบางสายพันธุ์ที่มีดอกช่อละถึง 4 ดอก



เช่นเดียวกันกับเอื้องสายน้ำผึ้งและเอื้องสายน้ำนม กลีบปากมีเส้นสีม่วงแดงจำนวนมากแผ่ออกสองข้าง แต่ไม่มีแถบหรือปื้นตรงกลาง สามพันธุ์นี้จึงอยู่ในกลุ่มเดียวกัน

มีอีกชนิดหนึ่งที่มีสายยาวมากคล้ายกัน คือเอื้องสายหลวง Dendrobium anosmum Lindl.
สายยาว ดอกมีขนาดใหญ่ สีม่วงอ่อน ปากเรียวยาวหรือกลมมน มีปื้นสีม่วงแดงเช้มสองข้างของปาก


(รูปจากเว็บ http://www.orchids.it)

มีอีกสองชนิดที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ได้แก่เอื้องสายน้ำครั่ง หรือเอื้องครั่งสายสั้น Dendrobium parishii Rchb.f. ชนิดนี้สายสั้นเพียงไม่เกิน 30 ซม. ดอกสีม่วงแดง ปากมีสีขาว ชอบเป็นขน มีแต้มสีม่วงแดงเช้มสองข้าง



ลูกผสมของ Dendrobium anosmum กับ Dendrobium parishii เป็น Dendrobium Nestor
หน้าตาคล้ายทั้งคู่ เนื่องจากพ่อแม่คล้ายกันมาก สายยาว แต่เนื่องจากเอื้องสายหลวงมีปากยาวรีก็ได้ ออกกลมๆ ก็ได้ ลูกก็เลยมีปากได้ทั้งสองแบบ ขึ้นอยู่กับว่าเอื้องสายหลวงที่ใช้ผสมมีปากแบบไหน แต่ต้นที่มีอยู่ปากออกกลม ดอกเลยดูคล้ายเอื้องครั่งมาก แต่ดอกใหญ่กว่าชัดเจน



มีอีกชนิดหนึ่งที่มีสีม่วงแดงเช่นเดียวกัน และมีชื่อว่าเอื้องครั่งเหมือนกันอีก แต่มักเรียกว่าเอื้องครั่งสายยาวเพื่อให้แตกต่างกัน Dendrobium lituiflorum Lindl. ปากห่อเป็นปากแตร มีสีขาว และมีปื้นใหญ่สีม่วงแดงหนึ่งอันที่กลางปากอีกทีหนึ่ง
ดูไปดูมา รูปทรงทั้งต้นและดอก คล้ายไปทางเอื้องกิ่งดำมากกว่าเอื้องครั่งสายสั้น



แถมอีกชนิดหนึ่ง เอื้องสายน้ำเขียว Dendrobium crepidatum Lindl. บางต้นมีสีขาว บางต้นขอบกลีบมีสีม่วงชมพู แต่ปากมีปื้นสีเหลือง ลักษณะลำต้นคล้ายเอื้องสายน้ำนมหรือสายน้ำผึ้ง แต่กลีบปากมีแต้มสีเหลืองคล้ายกับกลุ่มเอื้องสายสามสี



edit @ 30 Mar 2008 08:22:11 by พ่อหมี

2008/Mar/18

มีเอื้องสายอีกกลุ่มหนึ่งที่เมื่อเห็นดอกแล้วอาจสับสนได้ แต่พอจะแยกได้ด้วยการดูลำต้น ซึ่งแตกต่างกันชัดเจนกว่า ได้แก่พวกที่มีพื้นสีขาว ปลายกลีบสีม่วง และมีปากสีเหลือง ลองดูตัวอย่างเอื้องสายสามสี Dendrobium crystalinum Rchb. f.



ลองสังเกตให้ดี เอื้องสายสามสีมีลำกลม ไม่มีรอยคอด สำเอนหรือห้อยลง ดอกออกตามข้อเป็นช่อ ช่อละ 2-3 ดอก กล้วยไม้กลุ่มนี้บางต้นก็มีสีขาวมาก จนแทบไม่มีสีม่วงเลย ส่วนปากที่เป็นสีเหลือง ก็มีขนาดแตกต่างกันได้ สำหรับเอื้องสายสามสี มีแต้มกลางอันเดียว

มีอีกชนิดหนึ่ง เอื้องมณีไตรรงค์ Dendrobium wardianum Warner ดอกมีลักษณะและสีคล้ายเอื้องสายสามสี แต่มีจุดสีม่วงแดง 2 แต้มในปาก



ลำต้นมีข้อป่องออกเล็กน้อย และมีรอยคอดระหว่างส่วนที่ป่องออกนั้น แม้ดอกจะมีลักษณะคล้ายกับเอื้องสายสามสี ยกเว้นแต้มในคอปาก ซึ่งบางต้นอาจไม่มี แต่ลักษณะต้นที่มีส่วนป่องสลับคอดก็ทำให้แยกกันได้ แต่ล้กษณะนี้ยังเห็นไม่ชัดเท่ากับชนิดต่อไป

หวายปม หรือไม้เท้าฤาษี Dendrobium pendulum Roxb. ดอกคล้ายกัน บางต้นมีแต้มสีม่วงแดงในปาก 2 แต้ม บางพันธุ์ก็ไม่มี บางต้นกลีบดอกกางออกคล้ายแมลงปอกำลังบิน คือขณะที่กลีบดอกทั้งคู่หลุบไปด้านหน้า กลีบเลี้ยงคู่ข้างก็กางออกไปด้านหลัง ลักษณะเช่นนี้ดูเด่นชัดและน่าดูไม่น้อย แต่บางคนอาจรู้สึกว่าดูแปลกพิกล กล้วยไม้ชนิดนี้ออกดอกไม่พร้อมกันทั้งลำ มักทะยอยบานไปเรื่อยๆ และบางทีก็ทิ้งช่วงห่างกันเป็นเดือน



ส่วนที่เห็นได้ชัดและใช้บอกชนิดได้กลับเป็นลำต้น คือข้อจะป่องออกอย่างชัดเจน ขณะที่ส่วนปล้องจะคอดอย่างมาก ลักษณะคอดและป่องเช่นนี้นี่เองที่ทำให้ในภาษาไทยเรียกว่า ไม้เท้าฤาษี

มาดูอีกต้น เอื้องพวงหยก Dendrobium findleyanum [findlayanum] Par. & Rchb. f. ชื่อวิทยาศาสตร์ของกล้วยไม้ชนิดนี้มีสะกดได้สองแบบ เนื่องจากอ่านออกเสียงเหมือนกัน ชนิดนี้ออกดอกค่อนข้างน้อย เพียงแค่ส่วนปลายลำ ออกดอกไม่พร้อมกันทั้งลำ บางทีก็ทิ้งช่วงห่างกันเป็นเดือน บางพันธุ์ก็ไม่มีแต้มสีม่วงแดงในปาก บางพันธุ์ก็มีแต้ม



ชนิดนี้ลำต้นมีข้อป่องออก และมีรอยคอดที่ปล้อง ลักษณะป่องและคอดคล้ายรูปหัวใจ ผิวลำต้นมักมีสีเขียวอ่อนและมันวาว แตกต่างจากไม้เท้าฤาษี ลักษณะดอกของสองชนิดนี้ก็ต่างกัน จึงแยกกันได้ไม่ยาก

อีกชนิดหนึ่งที่ดอกคล้ายเอื้องสายสามสี แต่ลำต้นแตกต่างชัดเจน คือ เอื้องสายวิสูตร Dendrobium falconeri Hook ดอกค่อนข้างจะเล็กกว่าชนิดอื่น กลีบปากออกยาวรี และมีแต้มสีม่วงแดงชัดเจน ดอกมักไม่ค่อยดกนัก ช่อหนึ่งก็มีเพียง 1-2 ดอกเท่านั้น



ในกลุ่มนี้ ชนิดนี้มีลำต้นผอมเล็กที่สุด ข้อป่องออก และปล้องคอด บางต้นคอดจนกิ่วมาก ลำต้นที่ผอมเล็กมากเช่นนี้ ทำให้กล้วยไม้ชนิดนี้ขึ้นเป็นพวงห้อยย้อย ราวกับจะปลิวโบกไปกับสายลม

นอกจากกล้วยไม้ในกลุ่มนี้ที่มีดอกคล้ายกันแล้ว ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ดอกดูคล้ายกัน แม้ข้อแตกต่างจะเห็นได้ชัดถ้าดูเป็น แต่บางทีก็ยากสำหรับผู้ที่ไม่เคยเห็น เลยเอามาให้ดูเสียด้วยเลย ได้แก่เอื้องเมี่ยง หรือเอื้องกิ่งดำ Dendrobium gratiosissimum Rchb. f.




ดูจากรูปนี้คงเห็นแล้วว่าปากกลมผายกว่ากล้วยไม้ในกลุ่มข้างต้น นอกจากนี้แต้มสีเหลืองที่ปากยังมี 2 แต้ม และลักษณะสำคัญคือมีขีดสีม่วงเข้มในคอปาก 3 แนว แต่ในรูปข้างต้นเห็นไม่ชัด ต้องถ่างคอปากดูข้างใน แต่จะเห็นชัดในรูปของอีกชนิดถัดไป

ลำต้นของเอื้องกิ่งดำมีสีค่อนข้างเข้ม แต่บางต้นก็มีเยื่อสีเทาหุ้ม ทำให้ไม่เห็นเป็นกิ่งดำตามชื่อไทย ข้อป่องเล็กน้อย แต่ไม่ชัดเจน ดอกออกเป็นช่อตามข้อ ช่อละ 2-4 ดอก นับว่าค่อนข้างมากทีเดียว และดอกมักจะดกพราวเกือบตลอดลำ พอๆ กับเอื้องสายสามสีหรือเอื้องมณีไตรรงค์ทีเดียว นับว่าเป็นกล้วยไม้ที่สวยมากชนิดหนึ่ง

อีกชนิดหนึ่งที่ชนะใจที่สุดคือต้นนี้ เอื้องสายม่านพระอินทร์ เอื้องสายลวด บางทีก็เรียกเอื้องเมี่ยงเหมือนกัน Dendrobium devonianum Paxt. ดูดอกกันเลย แล้วจะรู้ว่าทำไมถึงชนะใจมากที่สุด



ลำต้นผอมเรียวยาวมากถึง 1 เมตร ดอกออกตามข้อ ข้อละ 1 ดอก ไม่เกิน 2 ดอก กลีบปากใหญ่มากเมื่อเทียบกับกลีบอื่นๆ มีแต้มสีเหลือง 2 แต้ม ที่โดดเด่นมากคือขอบกลีบปากเป็นขนปุย น่ารักมาก แต่ดอกค่อนข้างบอบบาง และบานไม่ค่อยทน เพียงแค่ไม่เกิน 1 สัปดาห์เท่านั้น

สังเกตขีดตามแนวยาวในคอปาก 3 แนวอย่างที่กล่าวถึงแล้วข้างต้น แนวกลางค่อนข้างสั้นแต่หนา แนวด้านข้างสองข้างยาวกว่า อันที่จริงประกอบด้วยขีดขวางจำนวนมาก เรียงต่อกันยาวเป็นแนว แนวสีม่วงแดงในคอปาก 3 แนวเช่นนี้เห็นได้ในกล้วยไม้สองชนิดนี้เท่านั้น

edit @ 18 Mar 2008 20:20:55 by พ่อหมี



พ่อหมี
View full profile