2009/Oct/04

เคยเขียนเกี่ยวกับเอื้องแสดมาแล้วครั้งหนึ่ง ว่ามีอยู่ 3 ชนิดในกลุ่มนี้ ได้แก่ เอื้องแสด (Dendrobium unicum Seidenf.) เอื้องแสดน้อยหรือเอื้องแสดลำไย (Dendrobium lamyaiae Seidenf.) และเอื้องแสดใหญ่หรือเอื้องแสดพม่า (Dendrobium dickasonii L.O.Williams) ซึ่งอยู่ใน section Eugenanthe หรือ Dendrobium หรือ Eudendrobium ซึ่งเป็นพวกเอื้องสายนั่นเอง กล้วยไม้กลุ่มนี้ให้ดอกได้ดีในภาคเหนือและอีสาน แต่เลี้ยงไม่งาม ตายง่าย และไม่ค่อยให้ดอกในภาคกลาง ในที่นี้ให้ดูรูปเพียงสองชนิด ที่ใช้ในการทำลูกผสมอยู่พอสมควร


เอื้องแสด (Dendrobium unicum Seidenf.)


เอื้องแสดลำไย (Dendrobium lamyaiae Seidenf.)

และ ยังเคยเขียนเกี่ยวกับเอื้องดอกมะเขือไว้นานแล้ว ในกลุ่มนี้มี 3 ชนิดเหมือนกัน แต่อยู่คนละ section กับเอื้องแสด คืออยู่ใน section Brachyanthe ซึ่งเป็น section ของเอื้องดอกมะเขือโดยเฉพาะ มีลักษณะเด่นที่สำคัญคือโคนปากที่ห่อเป็นกระเปาะและปลายกลีบปากแหลม และยังมีฝาอับเรณูเป็นสีม่วงแดงเข้มชัดเจน กล้วยไม้ใน section นี้มีดอกค่อนข้างเล็ก ลำต้นเอน หรือห้อยยาวเป็นสาย ออกดอกเป็นช่อเล็กๆ 4-5 ดอกต่อช่อ สีของดอกออกม่วง ม่วงแดง มีตั้งแต่เข้มจนอ่อนเกือบขาว ในที่นี้ให้ดูรูปทั้งสามชนิดครับ


เอื้องดอกมะเขือ (Dendrobium hercoglossum Rchb.f.) เป็นกล้วยไม้ที่พบในภาคตะวันออก เลี้ยงออกดอกได้ดีในทุกภาคของประเทศ


เอื้องดอกมะเขืออีสาน (Dendrobium aduncum Lindl.) ในธรรมชาติพบในภาคอีสาน ภาคเหนือ ขึ้นไปถึงลาว เวียตนาม และจีนตอนใต้ จึงไม่ค่อยให้ดอกในภาคกลางของไทย แต่มีคนนำไปทำลูกผสมที่ชอบอากาศเย็น ดอกค่อนข้างเล็กกลม สีอ่อนเกือบขาว กลีบปากเป็นกระเปาะชัดเจน และปลายปากเล็กเรียวแหลม ไม่ค่อยพบนำมาเลี้ยงในประเทศไทย อาจเป็นเพราะพบได้น้อย และดอกค่อนข้างเล็กก็เป็นได้


เอื้องดอกมะเขือใต้ (Dendrobium linguella Rchb.f.) พบกระจายในภาคใต้ของไทยไปจนถึงมาเลเซีย ไม่ค่อยพบนำมาเลี้ยง อาจจะเนื่องจากพบน้อยในธรรมชาติ และยังมีลำยาวมาก แต่มีดอกน้อย คือในลำที่ยาวๆ มักมีดอกเพียงไม่กี่ช่อเท่านั้น คล้ายกับกล้วยไม้ใน section Calcarifera คือพวกเอื้องสายสี่ดอก (Dendrobium cumulatu Lindl.) และมีขนาดเล็ก แต่กลิ่นหอมหวานชื่นใจกว่าเอื้องดอกมะเขือ โดยส่วนตัวแล้วผมชอบกลิ่นของเอื้องดอกมะเขือใต้มากทีเดียว หน้าตาของดอกคล้ายเอื้องดอกมะเขืออีสาน แต่ดอกห่อกลมกว่า และสีออกขาว เกือบไม่มีสีม่วงปนเลย

ที่จริงแล้วอยากให้ดูลูกผสมของกล้วยไม้ในสองกลุ่มนี้ครับ น่ารักดี ลองดูตัวแรก


Dendrobium Chanthaboon Sakura เป็นลูกผสมระหว่างเอื้องแสด (Dendrobium unicum) กับ เอื้องดอกมะเขือ (Dendrobium hercoglossum) ลองดูว่าหน้าตาดอกโดยรวมคล้ายเอื้องดอกมะเขือ กลีบปากกลับคล้ายไปทางเอื้องแสด แต่ลายเป็นสีม่วงแดง ฝาอับเรณูยังคงสีม่วงแดงไว้อย่างโดดเด่น ดอกน่าจะใหญ่กว่าเอื้องดอกมะเขือเล็กน้อย สังเกตดอกตูม จะเห็นสีแสดที่ด้านนอกอยู่เหมือนกัน แสดงว่าสีแสดถูกบดบังเสียหมดเมื่อดอกบานเต็มที่


ส่วนต้นนี้เป็นลูกผสมของเอื้องแสดลำไย (Dendrobium lamyaiae) กับเอื้องดอกมะเขือ (Dendrobium hercoglossum) ที่จริงแต่ละต้นมีลักษณะต่างกันบ้าง บังเอิญต้นนี้กลีบค่อนข้างลู่มาข้างหน้า ที่จริงเอื้องแสดลำใยมักมีกลับม้วนไปด้านหลัง สีกลีบดอกออกม่วงอ่อนชัดเจน กลีบปากได้อิทธิพลของเอื้องแสดลำไยชัดมาก คือห่อและเรียวยาว ขอบกลีบหยักพริ้ว ฝาอับเรณูเป็นสีม่วงแดง โดยส่วนตัวผมชอบลักษณะกลีบปากที่ผายออก เลยรู้สึกว่าคู่ผสมนี้สู้ Dendrobium Chanthaboon Sakura ไม่ได้

ทั้ง สองต้นเป็นลูกของเอื้องดอกมะเขือ ที่ให้ดอกได้ดีในภาคกลางของประเทศไทย จึงทำให้ลูกผสมทั้งสองก็ออกดอกได้ดีและดกเมื่อปลูกเลี้ยงในภาคกลางและภาค อื่นๆ ของประเทศ คือมีความทนร้อนสูง

ทีนี้ลองมาดูว่าหากนำเอื้องดอกมะเขืออีสาน (Dendrobium aduncum) ไปผสมกับกล้วยไม้ใน section Eugenanthe ที่มีถิ่นกำเนิดในจีน คือ Dendrobium moniliforme แล้วจะออกมาเป็นอย่างไร


Dendrobium moniliforme มีลักษณะคล้ายเอื้องเก๊ากิ่ว (Dendrobium nobile Lindl.) ส่วนใหญ่มีดอกออกม่วงชมพูอ่อนจนบางต้นอาจมีสีขาว แต่เมื่อได้ผสมกับ Dendrobium aduncum ซึ่งมีสีออกม่วงอ่อน ได้ Dendrobium Aoyama และเมื่อนำมาผสมต่อกับ Dendrobium Nagasaki ได้ Dendrobium Komachimusume


เสียดายเป็นรูปถ่ายไกล แต่พอเห็นว่าฝาอับเรณูสีม่วงแดงชัดเจน

ลองดูลูกผสมอื่นของเอื้องแสด (Dendrobium unicum) บ้าง Dendrobium Rainbow Dance เป็นลูกผสมระหว่าง Dendrobium Kurenai กับเอื้องแสด (Dendrobium unicum) ลักษณะปากยังคล้ายกับเอื้องแสดชัดเจน แม้ว่าสีออกชมพูแต่ก็มีปนส้มนิดๆ


เมื่อ ดูโดยรวมแล้ว อาจพอสรุปว่าสีแสดของเอื้องแสดมักถูกบดบังด้วยสีของคู่ผสม แต่ลักษณะปากของกลุ่มเอื้องแสดมีความเด่นมาก ถ่ายทอดให้กับลูกผสมจนเห็นได้ชัด แทบจะเรียกได้ว่าถ้าเห็นกลีบปากมีลายเช่นนี้ก็เดาได้ว่ามีเชื้อเอื้องแสดไม่ ชนิดใดก็ชนิดหนึ่ง ถ้ากลีบปากค่อนข้างห่อและขอบหยักเป็นคลื่น ก็น่าจะได้เชื้อจากเอื้องแสดลำไย (Dendrobium lamyaiae)

ส่วน section Brachyanthe เอื้องดอกมะเขือ จะให้กลีบสีม่วงอมชมพู แต่ลักษณะโดดเด่นที่ส่งทอดให้แก่ลูกผสมคือสีม่วงแดงเข้มของฝาอับเรณู เพียงแต่จะบอกไม่ได้ว่าเป็นลูกผสมของชนิดใดใน 3 ชนิดใน section นี้ เพราะความห่อของดอกไม่สามารถถ่ายทอดมาให้เห็นในลูกผสมได้ เดาว่าถ้าเอา (Dendrobium hercoglossum) มาผสมกับ (Dendrobium moniliforme) ก็จะให้ดอกคล้าย Dendrobium Komachimusume

แต่เอื้องดอกมะเขือ Dendrobium hercoglossum น่าจะทำให้ลูกผสมสามารถออกดอกได้ดีในภาคกลาง คือไม่ต้องการอากาศหนาวในการกระตุ้นตาดอกได้ จึงน่าจะช่วยในการปรับปรุงพันธุ์ของลูกผสมในกลุ่มเอื้องสาย section Eugenanthe บางชนิดที่ไม่ออกดอกหรือออกดอกน้อยในภาคกลาง เช่น เอื้องเก๊ากิ่ว (Dendrobium nobile) และเอื้องสายอีกหลายชนิดได้ดี และยังให้ดอกที่ดก คือในหนึ่งช่อมีได้ถึง 4-5 ดอก ซึ่งเอื้องสายส่วนใหญ่มักมีดอกไม่เกิน 3 ดอกต่อช่อได้

ส่วนเอื้องดอกมะเขือใต้ (Dendrobium linguella) แม้จะยังไม่มีการนำมาปรับปรุงพันธุ์ แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะให้ดอกได้แม้ในภาคใต้ และยังมีกลิ่นหอมหวาน และกลิ่นแรงกว่าเอื้องดอกมะเขือ (Dendrobium hercoglossum) ด้วย และไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะทำให้ดอกห่อกลม เพราะจากลูกผสมของ Dendrobium aduncum ลักษณะดอกห่อกลมไม่น่าจะถ่ายทอดไปสู่รุ่นลูกผสม แต่ด้วยเหตุที่เอื้องดอกมะเขือใต้มีลำที่ยาวมาก น่าจะเหมาะกับผู้ที่ชอบเอื้องสายยาวๆ อย่างเอื้องสายหลวง (Dendrobium anosmum) หรือที่หลายคนเรียกว่าโอโนมานู (คู่ผสมนี้น่าเป็นห่วงเรื่องดอกห่อ ไม่ผึ่งผาย) หรือเอื้องสายนกกระจิบ (Dendrobium aphyllum) และเอื้องสายน้ำผึ้ง (Dendrobium primulinum syn. Dendrobium polyanthum) แต่เท่าที่ทราบมา เอื้องดอกมะเขือใต้ผสมติดได้ยากทีเดียว จึงเป็นข้อจำกัดที่สำคัญอย่างหนึ่ง

2009/Sep/06

เอื้องสายน้ำผึ้ง (Dendrobium primulinum Lindl. 1858) กับเอื้องสายน้ำนม (Dendrobium cretaceum Lindl. 1847) นั้น ในปัจจุบันจาก web site ของสวนพฤกษศาสตร์ Kew ซึ่งเป็นองค์กรที่รับรองชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชทั่วโลก ตกลงให้ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ชื่อเดียวกัน คือ Dendrobium polyanthum Wall. ex Lindl. 1830 คือมีการประชุมตกลงกันแล้วว่าชื่อวิทยาศาสตร์ทั้งสามชื่อหมายถึงพืชชนิด เดียวกัน โดยหลักแล้ว ต้องใช้ชื่อที่มีการจดทะเบียนก่อนถือเป็นชื่อที่ถูกต้อง ส่วนชื่ออื่นถือเป็นชื่อพ้อง ดังนั้น Dendrobium primulinum Lindley 1858 และ Dendrobium cretaceum Lindl. 1847 จึงกลายเป็นชื่อพ้อง

แต่ น่าสังเกตว่า Lindley คนเดียวกันนี้เองที่ได้เห็นและตั้งชื่อพืชทั้งสามชื่อ โดยครั้งแรกน่าจะเป็นการเปลี่ยนสกุลที่ Wall จัดผิดพลาดไว้มาเป็น Dendrobium จากนั้นอีก 17 ปีให้หลัง Lindley ก็ได้จดชื่อ Dendrobium cretaceum และต่อมาอีก 11 ปี ก็ตั้งชื่อ Dendrobium primulinum น่าแปลกใจที่ทำไม Lindley จึงคิดว่า Dendrobium cretaceum ต่างจาก Dendrobium polyanthum ตั้งแต่แรก เนื่องจากเกิดไม่ทัน และไม่ได้ร่วมประชุมกับเขาด้วย ก็เลยขอเดาครับ (อิอิ) ว่าแต่ละครั้งที่มีการจดทะเบียนตั้งชื่อนั้น แต่ละต้นที่เป็นต้นแบบมีความแตกต่างกันจริง แต่ถ้าดูโดยรวมแล้ว ไม่ควรจะแยกเป็นคนละชนิด

ประเด็นคือเป็นไปได้หรือไม่ที่ต้นที่มาจาก แต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน แต่ถ้าวิเคราะห์การกระจายในแต่ละลักษณะแล้ว มีความคร่อมกันอยู่ โดยไม่สามารถขีดเส้นแบ่งที่ชัดเจนได้ เรามาลองดูรูปต้นที่ผมมีอยู่กันครับ


Dendrobium cretaceum

โดยทั่วไป เอื้องสายน้ำนม (Dendrobium cretaceum) มีลำต้นค่อนข้างสั้นกว่าเอื้องสายน้ำผึ้ง ลำมีสีออกเขียว ทำให้บางครั้งถ้าไม่เห็นดอกก็อาจจะสับสนกับเอื้องสายน้ำเขียว (Dendrobium crepidatum Lindl. ex Paxton 1850) ได้ ดอกค่อนข้างเล็ก สีขาว กลีบปากมีสีขาว ตรงกลางอาจมีปื้นสีนวล หรือบางต้นก็เป็นสีเหลืองด้วย และมีลายทางบางๆ สีแดงชมพู เข้มจางต่างกันในแต่ละต้น ในหนังสือบางเล่มบอกว่าเอื้องสายน้ำนมพบได้ในภาคใต้ของประเทศไทย


Dendrobium primulinum (ไทย)
เอื้องสายน้ำผึ้ง (Dendrobium primulinum) มีดอกใหญ่กว่ามาก (ลองเทียบกับลำต้น) กลีบดอกมีสีชมพู อ่อนหรือเข้มแตกต่างกันไปในแต่ละต้น กลีบปากแผ่กว้างจนเกือบกลม สีนวล ลายสีแดงชมพูในปากจางมาก ลำต้นเมื่อแก่ออกสีน้ำตาล มีรอยบุ๋มเล็กๆ ที่ตาดอก และลำค่อนข้างนิ่ม เมื่อบีบจะยุบลงจนรู้สึกได้ เอื้องสายน้ำผึ้งพบได้ตั้งแต่เทือกเขาหิมาลัย จีนตอนใต้ พม่า ลาว เวียดนาม ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ไปจนถึงภาคใต้ของไทย


Dendrobium primulinum (ลาว)
สำหรับเอื้องสายน้ำผึ้งที่มีต้นกำเนิดจากฝั่งประเทศลาว กลีบปากมีปื้นสีเหลืองใหญ่ตรงกลาง และลายเส้นสีชมพูจางมากหรือไม่เห็นเลย


Dendrobium primulinum ต้นนี้ดอกสีเข้มมากจนเกือบเป็นสีม่วงแดง เท่าๆ กับเอื้องสายน้ำครั่ง (Dendrobium parishii) ผู้เขียนเว็บคิดว่าน่าจะมาจากอัสสัม
ลองมาดูรูปที่ค้นจากเว็บครับ


ต้นนี้ในเว็บบอกว่าเป็น Dendrobium primulinum ดอกคล้าย Dendrobium cretaceum แต่ใหญ่กว่าชัดเจน และลำต้นก็คล้ายกับที่บรรยายไว้แต่ต้น คือสีออกเขียวอมน้ำตาล มีรอยบุ๋มที่ตาดอกชัดเจน


ต้นนี้ในเว็บบอกว่าเป็น Dendrobium cretaceum แต่ดอดค่อนข้างใหญ่ ดูคล้ายต้นข้างบนมาก


ชอบรูปต้นนี้มากทีเดียว มีลักษณะก้ำกึ่งระหว่าง Dendrobium cretaceum กับ Dendrobium primulinum คือถ้าลองเปลี่ยนสีกลีบดอกให้เป็นสีชมพู ก็คงจะมีหลายคนบอกว่าเป็นเอื้องสายน้ำผึ้งมากกว่าเอื้องสายน้ำนม

และถ้าลองค้นหา Dendrobium polyanthum จะไม่ค่อยพบ ถ้าพบก็มีหน้าตาแบบ Dendrobium primulinum จากที่ค้นมานี้ก็พอจะเห็นว่าความแปรปรวนของลักษณะที่ใช้แยก Dendrobium cretaceum กับ Dendrobium primulinum มีค่อนข้างสูง และทำให้รู้สึกเหมือนว่าชื่อเอื้องสายน้ำนม Dendrobium cretaceum เป็นปลายสุดข้างหนึ่งของแถบ คือเป็นต้นที่ค่อนข้างเล็ก ดอกเล็ก สีขาวน้ำนม แต่โดยทั่วไปแล้วต้นอื่นๆ อาจมีลักษณะที่อยู่ระหว่างกลาง สีกลีบดอกในบางต้นก็เข้มมากได้ถึงม่วงแดง กลีบปากอาจไปสุดอีกข้างหนึ่งคือกลมมาก ไม่มีลายสีชมพู และยังเป็นไปได้ที่จะมีปื้นสีเหลืองสดตรงกลาง รู้สึกเหมือนว่าความแปรปรวนเหล่านี้สัมพันธ์กับพื้นที่การกระจาย

ดังนั้นข้อสรุปว่าทั้งหมดควรเป็นชนิดเดียวกันก็ดูน่าจะสมเหตุสมผล แต่จะใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่าอะไรดี ก็คงต้องกลับไปที่กฎของการยอมรับชื่อวิทยาศาสตร์ คือชื่อไหนตั้งไว้ก่อนก็ใช้ชื่อนั้น ก็จึงต้องเป็น Dendrobium polyanthum Wall. ex Lindl. ส่วนชื่ออื่นถือเป็นชื่อพ้อง

edit @ 6 Sep 2009 13:22:04 by พ่อหมี

2009/Sep/05

เอื้องสายมีมีลำยาวมากๆ ก็มีไม่กี่ชนิด ชนิดหนึ่งที่เลี้ยงง่ายมาก ออกดอกดกก็คือเอื้องสายนกกระจิบ หรือเอื้องสายล่องแล่ง (Dendrobium aphyllum [Roxb.] Fisch.) ส่วนตัวผมชอบเรียกเอื้องนกกระจิบ ฟังน่ารักกว่าเอื้องสายล่องแล่ง แต่ชื่อวิทยาศาสตร์ aphyllum แปลว่า ไม่มีใบ ซึ่งหมายถึงการที่เอื้องสายชนิดนี้ทิ้งใบหมดก่อนออกดอก และการที่มันทิ้งใบหมดก่อนออกดอก และออกดอกดกเกือบตลอดลำ และลำก็ยาวมาก ที่ผมเลี้ยงอยู่ยาวเกือบหนึ่งวา ก็ลองคิดดูครับว่าถ้ามันมีหลายๆ ลำออกดอกพร้อมกันจะน่าดูแค่ไหน แต่ไม่ต้องนึกครับ เอารูปมาให้ดูกันเลย


Dendrobium aphyllum
ดอก ค่อนข้างจะห่อเล็กน้อย กลีบดอกเรียวยาว ปลายแหลม มีสีม่วงชมพูอ่อนถึงค่อนข้างเข้ม กลีบปากห่อเป็นรูปกรวยปลายแหลม สีขาว พื้นผิวด้านในและขอบกลีบมีขนอ่อนๆ สีขาว ไม่มีจุดหรือแต้ม


Dendrobium aphyllum
เสียดาย ที่ดอกบานไม่ทน คือบานนานเพียงสัปดาห์เดียวหรือกว่านั้นเล็กน้อยก็ร่วงหมดแล้ว ถ้าใครชอบเอื้องสายแบบยาวๆ และออกดอกมากๆ แบบนี้ ถ้าเอาตัวนี้ผสมกับเอื้องสายหลวง (Dendrobium anosmum var. giganteum [Rchb.f] Valmayor & Tiu) ของฟิลิปปินส์ ที่นิยมเรียกกันว่าโอโนมานู (Onomanu)


Dendrobium anosmum var. giganteum
ซึ่ง เป็นลำยาว มีดอกดก ดอกใหญ่ และกลีบดอกกว้างกว่า แต่ดอกมักจะหุบๆ กลีบไม่กางผึ่งผายนัก ก็น่าจะเป็นคู่ผสมที่น่าสนใจ เพราะน่าจะบานได้นานขึ้น และในปากยังมีแต้มสีม่วงเข้มอีกด้วย มาดูกันครับ มีคนผสมไว้แล้ว ตั้งชื่อว่า Dendrobium Adastra จดทะเบียนโดย Veitch ในปี คศ. 1982

แต่ ว่า เอื้องสายหลวงก็สวย ดก และบานทนอยู่แล้ว จะไปผสมกับเอื้องสายนกกระจิบเพื่ออะไร เอาเป็นว่าเห็นรูปแล้วก็คงจะเห็นจุดดีของทั้งสองอย่างมาผสมกัน นั่นคือ กลีบดอกกว้างขึ้นชัดเจน ซึ่งได้มาจากเอื้องสายหลวง และดอกบานผึ่งผายสวยงาม ซึ่งได้มาจากเอื้องสายนกกระจิบ



Dendrobium Adastra

edit @ 5 Sep 2009 15:58:09 by พ่อหมี

edit @ 5 Sep 2009 15:58:56 by พ่อหมี